Articles

From our latest feed

Articles List

วันจันทร์แล้วไปทำงานที่รักกันเถอะ: มันมีจริงหรืองานที่รัก

04 Mar 2019

|

Keenprofile

วันจันทร์แล้วไปทำงานที่รักกันเถอะ: มันมีจริงหรืองานที่รัก

ไม่ว่าใครก็คงรู้สึกเหมือนกัน วันอาทิตย์ไม่อยากให้ถึงวันจันทร์เลย ยิ่งคืนวันอาทิตย์ มันยิ่งทรมาณ ในหัวได้แต่คิดวนไปวนมา ไม่อยากไปทำงาน ไม่อยากไปทำงาน แต่สุดท้าย เพราะชีวิตยังจำเป็นต้องใช้เงินในการดำรงชีวิต ไม่ไปทำงานก็ไม่มีเงิน สุดท้ายแล้ว มีงานให้ทำมีเงินให้ใช้ก็ดีกว่าไม่มีงานแล้วไม่มีเงิน เจอสถานการณ์แบบเตะฝุ่นมันทรมาณกว่าการตื่นเช้าวันจันทร์ (อันที่จริงก็คือทุก ๆ วัน) ไปทำงานกว่าเยอะ   แต่จะดีแค่ไหน ถ้าคุณได้ตื่นขึ้นมาแล้วได้ไปเจอกับงานที่ปลุกไฟในตัวคุณ ทำให้คุณรู้สึกตื่นเต้น ยิ่งทำแล้วรู้สึกสนุก เป็นงานที่เปลี่ยนความเบื่อให้กลายเป็นความหวังได้   มาถึงตรงนี้ หลายคนอาจคิดว่า งานแบบนั้นไม่มีจริงหรอก มันก็แค่งานเพ้อฝัน งานที่จะทำให้คุณตื่นมาแล้วมีความสุข มีอยู่จริง   แล้วอยู่ที่ไหน   จะหางานที่คุณสามารถพูดได้ว่า คุณรักนั้น คุณต้องคำนึงถึง 2 อย่างหลัก ๆ ในตัวคุณ 1. งานที่คุณได้ใช้ อัจฉริยะภาพของคุณอย่างเต็มที่ อัจฉริยะภาพของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ต่อให้คุณเป็นคนที่มีจุดแข็งที่เหมือนกัน เช่น คุณเอ คุณบี เป็นคนที่มีความคิดสร้างสรรค์สูงมาก แต่วิธีการดึงจุดแข็งนี้มาใช้ของคุณเอกับคุณบีก็อาจจะไม่เหมือนกัน คุณเออาจจะใช้ไปในงานด้านศิลปะ ส่วนคุณบีอาจจะเหมาะกับการนำควาคิดสร้างสรรค์มาคิดหาวิธีปรับปรุงระบบต่าง ๆ ดังนั้น งานที่สามารถตอบโจทย์อัจฉริยะภาพของคุณก็จะทำให้คุณมีความสุขในการทำงาน … Continue reading วันจันทร์แล้วไปทำงานที่รักกันเถอะ: มันมีจริงหรืองานที่รัก

Interviewer อยากรู้อะไรจากคุณ ในคำถาม “อะไรคือจุดอ่อนของคุณ”

11 Feb 2019

|

Keenprofile

Interviewer อยากรู้อะไรจากคุณ ในคำถาม “อะไรคือจุดอ่อนของคุณ”

อะไรคือสาเหตุที่ทำให้ ผู้สัมภาษณ์ ถามคำถาม “อะไรคือจุดอ่อนของคุณ” พวกเขาอยากรู้อะไร 1. ถามเพราะอยากรู้ว่า คุณรู้จักตัวเองดีแค่ไหน Candidate ที่เป็น Candidate ที่ดีที่สุด คือ Candidate ที่ยอมรับในตัวเองว่าทุกคนมีด้านที่แข็งแกร่งและด้านที่อ่อนแอ ไม่มีใครที่จะเยี่ยมยุทธ์ไปในทุกด้าน และคุณคือคนที่รู้จักตัวเองดีว่าคุณแข็งแกร่งและอ่อนแอในด้านไหน เช่น คุณตัดสินใจอยากจะมาทำงานเป็นนักเขียน เพราะคุณไม่ถนัดกับการเจรจาพบปะผู้คน แต่ถ้าเรื่องจิตนาการผ่านตัวอักษรคุณไม่แพ้ใคร 2. ถามเพราะอยากรู้ว่า คุณจริงใจมากแค่ไหน อาจจะเจอบ่อย ๆ ที่ Candidate ชอบตอบว่า เป็น Perfectionist ค่ะ/ครับ ถามว่าตอบแบบนี้ก็ได้ ไม่ผิด แต่คุณต้องจริงใจกับตัวเองด้วยว่าคุณเป็นแบบที่บอกจริง ๆ รึเปล่า อย่าให้เมื่อทำงานกันไปแล้วถึงมาเจอความจริงว่า สิ่งที่คุณบอกตอนสัมภาษณ์เป็นเรื่องโกหก 3. ถามเพราะอยากรู้ว่า คุณเองมีการพัฒนาหรือมีแผนที่จะปรับปรุงในด้านนั้นหรือไม่ เมื่อรู้ว่าตัวเองมีข้อด้อยตรงไหนแล้ว คุณมีแผนที่จะปรับปรุงหรือปรับเปลี่ยนตัวเองอย่างไรให้ดีขึ้นบ้าง เช่น คุณเป็นคนที่ไม่สามารถกระจายงานให้คนอื่นได้ คุณรู้สึกว่าเมื่อไหร่ที่แจกแจงงานให้คนอื่น คุณจะไม่มีโฟกัสเลย สิ่งที่คุณทำเพื่อแก้ไขเรื่องนี้ คือ คุณมีการ Set one on one … Continue reading Interviewer อยากรู้อะไรจากคุณ ในคำถาม “อะไรคือจุดอ่อนของคุณ”

สมัครงานข้ามสายงานได้ ถ้าคุณ…

11 Feb 2019

|

Keenprofile

สมัครงานข้ามสายงานได้ ถ้าคุณ…

มีตำแหน่งงานที่อยากจะสมัครมาก ๆ แต่จบมาไม่ตรงสาย หรือว่าสายงานที่ทำมาชื่อไม่ตรงเป๊ะกับตำแหน่งที่ต้องการสมัคร หรือว่าจะเป็นเนื้องานที่ดูเฉี่ยว ๆ ว่าจะใช่ แต่ก็ไม่เชิง แต่ให้ตายเถอะยังไงก็อยากได้ตำแหน่งนี้ให้ได้ จะทำยังไงให้สมัครได้นะ อย่างแรกสุด และด่านแรกสุด อยากจะได้ตำแหน่งนี้ก็ต้องทำให้ Recruiter หรือว่า HR เรียกคุณไปสัมภาษณ์ให้ได้ก่อน ดังนั้นเนื้อหาเกี่ยวกับตัวคุณที่ใส่ลงใน Resume จึงมีความจำเป็นอย่างมากที่คุณจะต้องปรับหรือพยายามสร้าง Story ให้มีความเชื่อมโยงกับตำแหน่งที่คุณต้องการสมัคร ยกตัวอย่างเช่น หากคุณต้องการสมัครตำแหน่งผู้ให้คำปรึกษาทางด้านการตลาด คุณก็ต้องวิเคราะห์ต่อว่าตำแหน่งแบบนี้ต้องการคนแบบไหน อะไรคือสิ่งที่คนในตำแหน่งนั้น ๆ จำเป็นต้องมี ถ้าเป็นผู้ให้คำปรึกษาทางด้านการตลาด ก็จำเป็นที่จะต้องมี ความสามารถทางด้านใดบ้าง มีประสบการณ์การทำงานเป็นทีมหรือไม่ จำเป็นต้องเคยทำงานกับผู้บริหารระดับสูงหรือเปล่า หลังจากรู้แล้วว่าอะไรคือคุณสมบัติที่คนตำแหน่งนี้ควรมี คุณก็ควรนำมาร้อยเรียงเป็นเรื่องราวให้ประสบการณ์การทำงานของคุณนั้นสอดคล้องกับงานตำแหน่งนี้ให้มากที่สุด อย่างไรก็ตาม คุณไม่ควรตกแต่งเรื่องราวของคุณใน Resume เกินจริง คุณควรคำนึงถึงความเป็นจริงด้วยว่า หากคุณได้งานนี้แล้ว คุณจำเป็นที่จะต้องอยู่ในสิ่งแวดล้อมและสถานการณ์ที่คุณจะต้องใช้ความสามารถที่คุณเขียนลงไปใน Resume เพราะฉะนั้น หากคุณทำไม่ได้ คุณก็ไม่ควรที่จะเขียนสิ่งเหล่านั้นลงไป

ไม่รู้ว่าจะย้ายงานดีหรือไม่ย้ายงานดี ได้ OFFER มาแล้วด้วย ถามใครดีนะ

24 Jan 2019

|

Keenprofile

ไม่รู้ว่าจะย้ายงานดีหรือไม่ย้ายงานดี ได้ OFFER มาแล้วด้วย ถามใครดีนะ

อะไร ได้งานแล้วก็ต้องย้ายดิ ทำไมมาลังเล การย้ายที่ในแต่ละครั้ง ถ้าคุณลังเลนั่นหมายความว่า ที่เก่ายังมีบางสิ่งบางอย่างที่ยังตอบโจทย์คุณอยู่ ไม่ว่าจะเป็นปัจจัยทางด้านการเงิน ทางด้านการเดินทาง ทางด้านการเติบโตของหน้าที่การงาน หรือเพื่อนร่วมงานที่คุณก็ลังเลที่จะต้องเสียพวกเขาไป ถ้าคุณกำลังประสบปัญหาแบบนี้ สิ่งที่คุณควรทำ คือฟังเสียงหัวใจของตัวเองมาก ๆ ไม่มีใครให้คำตอบการย้ายงานว่าการไปที่ใหม่จะดีหรือไม่ดี หรืออยู่ที่เก่าจะดีหรือไม่ดี ได้ดีเท่าตัวคุณเอง คุณถามคน 10 คน คน 10 คนก็มีคำตอบให้คุณหลากหลาย ยกตัวอย่าง เช่น บางคนอาจจะบอกว่าไปเถอะไปลองดูจะได้รู้ว่าเป็นยังไง หรือ ในขณะเดียวกันก็อาจจะบอกคุณด้วยว่า แต่ถ้าที่เดิมดีอยู่แล้ว ก็ทนต่อมั๊ย เจอแบบนี้เข้าไปก็สับสนอีก นอนไม่หลับ จะยังไงดีนะ ถ้าเป็นแบบนี้ คุณลองคุยกับหัวหน้างานที่คุณจะต้องขึ้นตรงที่ใหม่ของคุณดูอีกครั้ง ว่าสไตล์การทำงาน วิธีการทำงานต่าง ๆ ตอบโจทย์คุณหรือไม่ การคุยครั้งนี้ ขอให้คุณสังเกตุให้มากที่สุดว่าวิธีที่เขากำลังพยายามจะตอบคำถามคุณ ตรงใจสไตล์คนแบบคุณหรือไม่ เพราะ ปัจจัยที่จะทำให้คนสามารถทำงานได้ดี อยู่ต่อกับองค์กร ปัจจัยหลักที่สำคัญที่สุด ก็คือ ตัว “หัวหน้า” ถ้าเคมี ไม่ได้ คุณไปทำงานก็มีแต่จะเจ๊งกับเจ๊ง และสำคัญที่สุด ในขณะเดียวกัน คุณก็ต้องถามใจตัวเองอีกครั้งว่าคุณพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้มากแค่ไหน … Continue reading ไม่รู้ว่าจะย้ายงานดีหรือไม่ย้ายงานดี ได้ OFFER มาแล้วด้วย ถามใครดีนะ

เข้าใจความต้องการของตัวเองแล้วจะได้ประโยชน์อะไรกับการหางาน

24 Jan 2019

|

Keenprofile

เข้าใจความต้องการของตัวเองแล้วจะได้ประโยชน์อะไรกับการหางาน

ทำไมถึงต้องเข้าใจความต้องการของตัวเอง ในเมื่อคนส่วนใหญ่ หางานหรือเปลี่ยนงานก็มีอยู่ไม่กี่ปัจจัย ไม่ใช่เรื่องคน เนื้องาน ก็เงิน ในความเป็นจริงแล้ว จะทำงานให้มีความสุข ต้องอาศัยความสัมพันธ์ของทั้ง 3 เรื่องเข้าด้วยกัน คุณต้องมีความสุขที่จะอยู่กับสิ่งแวดล้อมนั้น เพื่อนรวมงานต้องโอเค งานต้องถูกจริตกับความถนัดและความสามารถของคุณ และที่สำคัญได้ก็ต้องคุ้มเสีย นั่นหมายถึง เงินก็ต้องตอบโจทย์ความต้องการของคุณ ณ ขณะนั้นด้วย เพราะฉะนั้น คุณต้องทำความเข้าใจตัวของคุณเองเสียก่อน คุณอาจจะเริ่มด้วยวิธีง่าย ๆ จากการลองคิดดูว่าในอีก 3 – 5 ปี ข้างหน้า คุณอยากเห็นตัวเองอยู่ในจุดไหน คุณยังเห็นภาพของคุณทำงานอยู่ในสายงานนี้หรือไม่ หรือคุณมองเห็นตัวเองเปลี่ยนสายงานไปแล้ว หรือคุณคิดอยากจะเป็นเจ้าของกิจการ ถ้าคุณยังไม่เคยสร้างภาพแบบนี้เลย คุณควรจะเริ่มร่างภาพเหล่านี้ได้แล้ว คุณจะปล่อยให้ชีวิตของคุณขาดเป้าหมายไม่ได้ ยิ่งในการวางแผนเส้นทางอาชีพแล้ว หากคุณสามารถที่จะร่างภาพเช่นนี้ได้ จะทำให้คุณสามารถเลือกเส้นทาง พัฒนาตัวของคุณให้ถูกทางได้ และเรียกได้ว่าโตไปได้ไกลกว่าคนอื่น ๆ ที่อยู่ในช่วงอายุเดียวกัน หรือจะเป็นในมุมของสายงานเดียวกันได้เช่นกัน ชีวิตการทำงานสามารถลองผิดลองถูกเพื่อหาตัวตนในการทำงานของคุณได้ แต่บางครั้งการลองผิดลองถูกก็จำเป็นที่จะต้องมีช่วงจำกัดของเวลา หากคุณอยู่ในช่วงวัยที่เป็น Mid-Career แล้ว อย่างน้อย คุณก็ควรที่จะตอบได้ว่าตัวคุณเองมีความถนัดงานด้านไหน ชอบทำงานในสภาพแวดล้อมแบบไหน เพราะยิ่งรู้ตัวช้า การแก้เกมส์กลับมาเพื่อให้คุณได้อยู่ในสายที่คุณถนัดหรืออยากจะก้าวไปก็จะยากขึ้นไปอีก

ใครว่า Startup ไม่สนใจถ้าคุณเปลี่ยนงานบ่อย

24 Jan 2019

|

Keenprofile

ใครว่า Startup ไม่สนใจถ้าคุณเปลี่ยนงานบ่อย

ปัจจุบันมักจะได้ยินว่า คนเดี๋ยวนี้ การออกจากบริษัทหนึ่งไปอีกบริษัทหนึ่งเป็นเรื่องปกติ ใคร ๆ ก็ทำกัน ใคร ๆ ก็ลาออก แป๊บเดียวเดี๋ยวก็ได้งานใหม่ ยิ่ง Startup นะ ยิ่งสบาย เป็นใครก็ได้ ขอให้คุณเจ๋งจริง รับหมด นั่นก็เป็นแค่ เสียงลือเสียงเล่าอ้าง ในความเป็นจริง บริษัท Startup เมื่อถึงจุด ๆ หนึ่ง ก็ต้องการคนที่มี Commitment (คำมั่นสัญญา) ต่อองค์กรเช่นกัน และคงไม่มีใครที่จะอยากหาคนใหม่ตลอดเวลา สิ่งหนึ่งที่ผู้สมัครต้องยอมรับคือ Startup เองก็มีหลาย stage บาง Startup เริ่มตั้งไข่ ยัง สร้างรายได้ไม่ได้มากนัก คุณอาจจะเป็นคนที่โชคดีได้ลองเข้าไปทำงาน ทำได้ไม่ได้ก็มาคัดกันอีกรอบตามเนื้อผ้า แต่สำหรับ Startup ที่อยู่ใน stage ที่สามารถสร้างรายได้ได้ประมาณหนึ่ง เริ่มมีพนักงานมากกว่า 10 – 20 คนแล้ว ความต้องการย่อมแตกต่างออกไป พวกเขาอาจจะไม่ได้ต้องการแค่ คนที่ทำงานเก่ง หรือทำงานเป็น … Continue reading ใครว่า Startup ไม่สนใจถ้าคุณเปลี่ยนงานบ่อย

keenprofile