Articles

From our latest feed

Articles List

เตรียมเรื่องราวดี ๆ ของคุณกับการทำงานไว้ให้พร้อม สัมภาษณ์แบบไหนก็ปัง

24 Jan 2019

|

Keenprofile

เตรียมเรื่องราวดี ๆ ของคุณกับการทำงานไว้ให้พร้อม สัมภาษณ์แบบไหนก็ปัง

คำถามคลาสสิคของทุกที่เวลาสัมภาษณ์ นอกจากแนะนำตัวเอง บ้านอยู่ไหน โสดรึเปล่าหรือแต่งงานแล้ว อีกคำถามที่คุณมักจะได้รับก็คือ ช่วยเล่าประวัติการทำงานของคุณให้ฟังด้วย การเล่าเรื่องประวัติการทำงานนี่แหละ คือจุดสำคัญ เพราะมันไม่ใช่แค่เล่าว่า คุณได้อยู่ในกี่โปรเจค หรือว่าคุณได้มีโอกาสเข้าร่วมประชุมอะไรบ้าง แต่เรื่องราวที่คุณควรนำเสนอ ควรจะมี Impact หรือเรียกง่าย ๆ ว่า จะมาสัมภาษณ์ตำแหน่งนั้น ๆ คุณมีของอะไรให้กับเขาบ้าง ซึ่งของที่ผู้สัมภาษณ์อย่างได้จาก Candidate ก็คือความสามารถ ที่คุณสามารถทำงานนั้นได้ ตลอดจนถึงความสามารถในการรับมือของคุณต่องานที่คุณจะเข้ามาทำ คุณจะบริหารจัดการเรื่องต่าง ๆ อย่างไร เพราะฉะนั้น คุณควรเตรียมตัวเรียบเรียงและหาเรื่องราวเด่น ๆ ของคุณที่มีต่องานที่ผ่านมาอย่างน้อยซัก 4 – 5 ตัวอย่างไว้ และนอกจากงานนี้จะสร้างให้คุณประสบความสำเร็จแล้ว อย่าลืมมองหาด้วยว่า แล้วงานนี้ Impact หรือสร้างอะไรดี ๆ ให้ทีมของคุณบ้าง ปัญหาหรือว่าบทเรียนที่คุณได้จากแต่ละที่คืออะไร คุณจะปรับปรุง หรือคุณได้เริ่มปรับปรุงแล้วอย่างไร อย่าลืมว่า ไม่มีใครอยากฟังแค่คุณทำอะไรได้ อะไรไม่ได้ แต่ทุกคนอยากฟังว่ากว่าคุณจะได้สิ่ง ๆ นั้นมาคุณต้องผ่านอะไรมาล้าง คุณแก้ปัญหานั้นให้ผ่านไปได้อย่างไร ถ้าคุณเตรียมตัวให้พร้อม และคุณไม่ได้โกหกตัวคุณ … Continue reading เตรียมเรื่องราวดี ๆ ของคุณกับการทำงานไว้ให้พร้อม สัมภาษณ์แบบไหนก็ปัง

เตรียมตัวสัมภาษณ์งานก็เหมือนทำงานวิจัยขนาดย่อม

24 Jan 2019

|

Keenprofile

เตรียมตัวสัมภาษณ์งานก็เหมือนทำงานวิจัยขนาดย่อม

การเตรียมตัวไปสัมภาษณ์งานส่วนใหญ่แล้วผู้สมัครมักจะซ้อมเตรียมตัวตอบข้อคำถาม หรือแม้แต่ศึกษาเว็บไซต์ของบริษัทที่ตนเองกำลังจะไปสัมภาษณ์ จากการให้คำแนะนำ Candidate พบว่า ยิ่งทำการบ้านมาก ยิ่งทำให้ Candidate มีสิทธิ์ที่จะผ่านการสัมภาษณ์ง่ายกว่า Candidate ที่ศึกษาเรื่องราวของตัวงานอย่างคร่าว ๆ หากเป็นแบบนี้ควรให้น้ำหนักในส่วนไหนมากกว่ากัน ศึกษาความเป็นมา ธุรกิจของบริษัท หรือว่าควรศึกษาที่ตำแหน่งงานที่กำลังจะสมัคร ? ในความเป็นจริงบริษัทส่วนใหญ่มักจะคาดหวังให้ผู้สมัครมีความรู้ในเนื้องานที่จะต้องทำเป็นหลักอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผู้สมัครควรศึกษาให้ท่องแท้ คือ เนื้องานที่จะต้องทำเป็นอย่างไร ในตลาดปัจจุบันเนื้องานเหล่านี้ต้องทำอะไรบ้าง หรือมีอะไรที่คุณสามารถสร้าง (Contribute) ให้กับบริษัทที่คุณสมัครได้บ้าง ในส่วนของบริษัทนั้น คุณก็ควรศึกษาเพิ่มเติมว่ามีทิศทางอย่างไร ไม่เพียงแค่เพื่อเข้าใจสภาพแวดล้อมการทำงานของบริษัท แต่นี่หมายรวมถึง การที่จะทำให้คุณเข้าใจและตัดสินใจได้ว่า ต้องการที่จะไปทำงานที่บริษัทนั้น ๆ แน่หรือไม่ มีหลายบริษัทที่มีเว็บไซต์ที่สวยงาม มีการลงข่าวตามช่องทางต่าง ๆ แต่รู้หรือไม่ว่าบริษัทเหล่านั้นก็มีปัญหาภายใน จนทำให้ผู้สมัครบางคนที่สมัครไป ทำงานได้ไม่นานก็จำเป็นต้องหางานใหม่เนื่องจากปัญหาทางด้านการเงินของบริษัท หรือแม้แต่ปัญหาในด้านคน บางบริษัทมีการอัตราการลาออกแบบที่คุณเองก็ต้องตกใจ ถ้ามีข้อมูลแบบนี้อยู่แล้ว ขอให้คุณชั่งน้ำหนักดี ๆ เพราะบริษัทที่มีปัญหาแบบนี้ร้อยทั้งร้อยเป็นบริษัทที่มีปัญหาภายในองค์กร หากคุณคาดหวังจะอยู่ยาวแล้วหล่ะก็คุณอาจจะต้องทำใจยอมรับว่าคุณจำเป็นจะต้องเป็นยอดมนุษย์คนหนึ่งขององค์กรนั้นเลยทีเดียวเพื่อให้ประสบความสำเร็จ เพราะฉะนั้น การหางานแบบที่หว่าน Resume โดยไม่ทำการศึกษาบริษัทหรือตัวเนื้องานให้ดีก่อน จึงไม่ใช่เรื่องที่แนะนำให้ Candidate คนไหนทำทั้งสิ้น สิ่งที่ดีที่สุด คือ … Continue reading เตรียมตัวสัมภาษณ์งานก็เหมือนทำงานวิจัยขนาดย่อม

ความสำเร็จในผลงาน (History of achieving results) จำเป็น ไม่จำเป็นใน Resume

24 Jan 2019

|

Keenprofile

ความสำเร็จในผลงาน (History of achieving results) จำเป็น ไม่จำเป็นใน Resume

ถามถึง Format ของ Resume ถาม 10 ที่ก็มีคำตอบที่แตกต่างกันทั้ง 10 ที่ บางที่ HR ก็บอกว่ายิ่งน้อยยิ่งดี บางที่ก็บอกว่าข้อมูลมาให้ครบไว้ก่อนดีกว่า บางคนเปลี่ยนงานมาเยอะก็บอกไม่ถูกเลยว่าจะทำ Resume หน้าเดียว หรือว่ามากกว่านั้นดี   ในความเป็นจริง Resume คือ ใบเบิกทางที่จะทำให้คุณได้มีโอกาสก้าวเข้าไปในตำแหน่งงานนั้น ๆ ดังนั้น สิ่งที่คุณควรคำนึงถึงและทำให้มีอยู่ใน Resume ของคุณ คือ Keyword สำคัญ ๆ ที่เกี่ยวข้องกับความเป็นคุณ เช่น คุณมีประสบการณ์ทางด้าน การวางแผนกลยุทธ์ทางการตลาด คุณก็ควรจะใส่ Keyword นี้ลงไปใน resume ด้วย   และอีกสิ่งที่สำคัญและคุณควรมีเป็นอย่างยิ่งใน Resume ของคุณ นั่นก็คือ ความสำเร็จในผลงาน (History of achieving results) ความสำเร็จในผลงานจะทำให้ผู้ที่รับสมัครคุณ เห็นความสามารถของคุณแบบฉบับย่อ และเป็นส่วนที่ยืนยันหรือเป็นหลักฐานได้ว่า คุณมีความสามารถที่จะสร้างให้กับบริษัทของเขาได้อย่างแท้จริง

เหตุผลอะไรบ้างที่ทำให้คุณหมดแรงไปทำงาน

22 Jan 2019

|

Keenprofile

เหตุผลอะไรบ้างที่ทำให้คุณหมดแรงไปทำงาน

เพราะไม่มีใครที่จะแบตเตอรี่เต็มร้อยทุกวันไปทำงาน บางวันก็เกิน 80 บางวันอาจจะ 60 หรือบางวันอาจจะต่ำกว่า 30 อะไรคือเหตุผลที่อาจจะทำให้คุณรู้สึกหมดแรงไปทำงาน งานคุณเยอะเกินไป งานคุณเยอะ และมันทำให้คุณยุ่งมาก ๆ จนไม่สามารถสนใจสิ่งอื่น ๆ ได้ อย่ามองหาเลย Work Life Balance ทุกวันนี้งานแทบจะเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต กลับบ้านไป งานก็ยังรายล้อมรอบตัวคุณ ถ้าคุณเป็นแบบนี้คุณกำลังโหยหาการออกไปจากช่วงเวลาการทำงาน และคุณกำลังต้องการช่วงเวลาส่วนตัว วิธีที่จะดึงแบตเตอรี่ที่อ่อนแรงของคุณให้เต็ม ก็คือ การหาเวลาเอาความงานเยอะออกไปจากตัวเองซักพัก แล้วไปเที่ยวซักที่ เพราะขืนคุณยังจะดันทุรังนั่งทำงานต่อไป แบบไม่มีจุดหมายให้คุณพัก แบตเตอรี่และความอดทนของคุณกับงานอาจจะหมดซะก่อน คุณรู้สึกเหนื่อยกายและเหนื่อยใจ เหนื่อยกายเป็นเรื่องปกติ เหนื่อยกายก็พัก นอนหลับพักผ่อน หรือว่าลาป่วยซักวัน แต่ถ้าคุณเหนื่อยใจ เพื่อนร่วมงานไม่ให้ความร่วมมือ ทำดีแค่ไหนก็ยังไม่มีใครเห็นซักที หรือว่าทนต่อกระแสพรรคพวกในองค์กรไม่ไหว วิธีแก้ไข คุณอาจจะต้องยอมหาวันลายาว ๆ ให้ตัวเอง ลองหายไปจากสิ่งแวดล้อมนี้ซักสัปดาห์ ลองไปนั่งถามตัวเองว่ายังไหวรึเปล่า กลับมาแล้วใจยังสู้ต่อไปไหวใช่มั๊ย ถ้าไหวก็กลับมาสู่ต่อ ถ้าไม่ไหวบางทีคุณกำลังจะเป็นแบบข้อถัดไป คุณรู้สึกว่าคุณต้องการงานใหม่ สิ่งแวดล้อมการทำงานเป็นเหมือนบ้านหลังที่ 2 ของคุณ ถ้าคุณอยู่แล้วอึดอัด อยู่ต่อไปมีแต่ความรู้สึกแย่ … Continue reading เหตุผลอะไรบ้างที่ทำให้คุณหมดแรงไปทำงาน

ตั้ง Deadline ช่วยให้คุณทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น

22 Jan 2019

|

Keenprofile

ตั้ง Deadline ช่วยให้คุณทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ต่อให้งานนั้นจะเป็นงานที่มีระยะเวลาการทำงานนานเป็นปีก็ตาม สิ่งที่คุณควรทำ คือ แจกแจงรายละเอียดของงานให้ชัดเจน แล้วลองนึกภาพว่าในแต่ละไตรมาสคุณจะทำงานชิ้นไหนให้สำเร็จได้บ้าง เช่นเดียวกันกับเนื้องานต่าง ๆ ถึงแม้จะไม่ได้มีระยะเวลาเป็นปี เป็นไตรมาส งานที่จำเป็นที่จะต้องทำรายวันเองก็ตาม คุณก็ควรจะตั้งเป้าหมายว่าช่วงเช้าคุณจะทำอะไร ช่วงบ่ายคุณจะทำอะไร คุณให้เวลาตัวคุณเองถึงกี่โมงเพื่อที่จะจัดการงานชิ้นนี้ให้เสร็จ ลองคิดดูว่าถ้าคุณได้ทำงานที่ทุกคนต่างตั้งเป้าหมาย มีการกำหนดเวลาการทำงานที่ชัดเจน มันจะดีแค่ไหน และการทำงานแบบนี้ยิ่งจะทำให้คุณเผชิญหน้ากับการทำงานแบบเร่งด่วนน้อยลง คุณสามารถที่จะจัดสรรไทม์ไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ นั่นหมายรวมถึง การที่คุณจะสามารถสร้างหรือวางแผนให้ก่อนช่วงเวลา Deadline นั้น สามารถมีช่วงเวลาทีคุณเอาไว้ตรวจสอบคุณภาพของงานของคุณได้อีกด้วย เพราะในความเป็นจริงแล้ว ไม่มีใครมีความสุขกับงานที่อยู่ดี ๆ ก็ต้องมาทำเอาวินาทีสุดท้ายแน่นอน

ทำงานมาได้ซักพัก รู้สึกยังเข้ากับทีมไม่ได้ อยู่ หรือ ไป ดี?

11 Jan 2019

|

Keenprofile

ทำงานมาได้ซักพัก รู้สึกยังเข้ากับทีมไม่ได้ อยู่ หรือ ไป ดี?

เวลาที่คุณเปลี่ยนที่ทำงานใหม่ หรือว่ามีเพื่อนร่วมงานคนใหม่เข้ามาในทีม สิ่งที่จะเกิดขึ้นแน่ ๆ คือ ความรู้สึกอึดอัด และไม่เป็นส่วนหนึ่งของกันและกัน เป็นเรื่องปกติและธรรมดาที่ทุกคนจะต้องเจอ นอกเสียจากว่าคุณจะโชคดีได้เจอทีมหรือคนที่สามารถสร้างความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งได้ภายในเวลาอันรวดเร็ว ซึ่งทีมหรือคนแบบนั้นมีอยู่จริงบนโลกของการทำงาน แต่มีอยู่น้อยนิด จะไปหาคนแบบนี้ได้จากที่ไหน สิ่งที่ทีมหรือคนเหล่านั้นมี คือ การทำงานเป็นทีมอย่างแท้จริง และสิ่งที่สำคัญที่สุด พวกเขาใส่ใจในทุกเรื่องราวของเพื่อนร่วมงาน พวกเขาให้ความสำคัญแม้กระทั่งสีหน้าของคุณ หรือในขั้นแอดวานส์ พวกเขาสามารถอ่านคุณออกได้เลยว่าคุณอึดอัด หรือผ่อนคลายกับสถานการณ์อย่างไรบ้าง แต่ ในเมื่อโลกไม่ได้สร้างทีมหรือคนเหล่านั้นมาให้คุณในปริมาณที่มากพอ สิ่งที่คุณต้องจำให้ขึ้นใจก็คือ “ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงได้ในวันเดียว” สิ่งที่คุณควรทำ คือ ใช้เวลาให้เป็นประโยชน์ ค่อย ๆ ศึกษาคนในทีม เขาทำงานกันอย่างไร หรือพวกเขาชอบไม่ชอบอะไร และยิ่งคุณเห็นบางสิ่งบางอย่างที่คุณคิดว่า มันไม่ถูกไม่ควร อย่าแสดงความคิดเห็นแบบสุดโต่ง เอาให้หักกันไปข้างแบบนั้น ลองนึกสภาพ คนที่อยู่ในองค์กรนั้น ๆ ก่อนคุณมา อยู่ดี ๆ คุณจะบอกเค้าว่า ต้องเปลี่ยนนะ มันคือการเปลี่ยนแบบฉับพลัน คุณกำลังพังทลายความเคยชินของพวกเขา เพราะฉะนั้นคุณต้องใจเย็น ๆ ปล่อยให้การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอย่างช้า ในทางเดียวกัน คนที่เข้ามาใหม่ในทีมของคุณก็อาจจะมีวัฒนธรรมการทำงานที่ติดมาจากที่อื่น คุณไม่ควรตัดสินว่าแย่ หรือเขาต้องปรับเดี๋ยวนั้นทันที ลองทำเป็นตัวอย่าง … Continue reading ทำงานมาได้ซักพัก รู้สึกยังเข้ากับทีมไม่ได้ อยู่ หรือ ไป ดี?

เพิ่งย้ายงานมา แต่เอาจริงทั้งงานทั้งบริษัทไม่ใช่เลย ทำยังไงดี ลาออกเลยได้มั๊ย

11 Jan 2019

|

Keenprofile

เพิ่งย้ายงานมา แต่เอาจริงทั้งงานทั้งบริษัทไม่ใช่เลย ทำยังไงดี ลาออกเลยได้มั๊ย

ย้ายมาแล้ว ใบลาออกก็ยื่นไปแล้ว หันหลังกลับไม่ได้แล้ว นี่แหละประเด็น แล้วจะเอายังไง 1. ให้เวลากับตัวเองและสิ่งแวดล้อมใหม่ได้ปรับตัวเข้าหากัน ไม่ใช่แค่เราที่รู้สึกไม่เป็นส่วนหนึ่งของทีม ทีมก็รู้สึกว่าคุณยังไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของทีมเช่นกัน ลองให้เวลาตัวคุณเองซักเดือน ว่ายังโอครึเปล่ากับสภาพแวดล้อมแบบนี้ สังคมแบบนี้ หรือจะลองอดทนไปซัก 6 เดือน หรือจะสู้ซักปี ก็แล้วแต่สไตล์ แต่ถ้าคิดว่า เฮ้ย ของแบบนี้ต้องใช้เวลา ก็ลองใช้เวลาดูซักนิด ช่วงเวลาของความอดทนหรือรับได้ของแต่ละคนไม่เท่ากันอยู่แล้ว ทนได้ก็อยู่ ทนไม่ได้ก็ไป เรื่องธรรมดา 2. ไม่ไหวแล้ว ไม่ทนแล้ว ไม่ไหวแล้วยังไงงานที่นี่ สภาพแวดล้อมแบบนี้ให้ตายก็ไม่ใช่ คุณอาจจะมองหาทางออก 2 ทางด้านล่างนี้ 2.1 กลับไปที่เก่า ถ้าคุณจบสวยกับที่เก่า ก่อนมาคือน้ำตานอง ที่ย้ายมามีเหตุผลส่วนตัว มีความจำเป็นแล้วละก็ อาจจะลองถามที่เก่าดูอีกที กลับไปได้รึเปล่า ถ้าได้ก็ไป ถ้าไม่ได้ก็หางานใหม่ 2.2 หางานใหม่โดยเร็ว เจอแบบนี้ หางานใหม่ ให้ได้เร็วที่สุด แต่ทุกครั้งที่หางานใหม่ ให้นึกไว้เสมอว่า งานที่หานั้น ไม่ใช่คว้าทุกอย่าง แต่คุณต้องคว้างานที่ใช่ และช่วยส่งเสริมเส้นทางสายงานของคุณในอนาคต อย่าคิดแค่งานอะไรก็เอามาก่อนอย่างเดียว … Continue reading เพิ่งย้ายงานมา แต่เอาจริงทั้งงานทั้งบริษัทไม่ใช่เลย ทำยังไงดี ลาออกเลยได้มั๊ย

อกหักมา จะให้ทำงานได้อย่างไร

11 Jan 2019

|

Keenprofile

อกหักมา จะให้ทำงานได้อย่างไร

อกหัก เป็นอาการที่ไม่สามารถให้อาการโชว์ออกมาทางร่างกายได้ อย่างมากก็ตาบวม กับดูซึม ๆ หรือว่าน้ำตาอาจจะคลอตลอดเวลา ช่วงนั้นตาก็อาจจะดูใสเป็นพิเศษ แต่อย่างไรก็ตาม มันไม่ได้หนักหนาถึงขนาดที่จะให้เวลาคุณลางานยาวได้เหมือนคนที่ป่วยในอาการอื่น ๆ อาการอกหักมันเลยกลายเป็นอาการที่คนเข้าใจก็เข้าใจว่าอกหักเจ็บหนักขนาดไหน กับคนที่ไม่เข้าใจและมองว่ามันเป็นอาการที่ทุกคนสามารถรับมือได้ เมื่อมีความคาดหวังว่าคุณต้องรับมือได้ 1. ลาซัก 2 วัน ้ถ้าเพิ่งโดนบอกเลิกมา หรือว่าบอกเขาแต่เราเจ็บเอง ก็ลาพักก่อน หยุดนอนโง่ ๆ อยู่กับตัวเองซักวันสองวัน ปล่อยให้น้ำตามันไหลให้เต็มที่ อยากจะเมา อยากจะนอนไปเรื่อย ๆ เอาเลย แต่อย่าให้เวลาเศร้า ๆ แบบนี้อยู่กับตัวเองนาน จำไว้ ต่อให้เขาหายไปจากชีวิต คุณยังต้องเลี้ยงดูตัวคุณอยู่ เพราะฉะนั้น ต่อให้อยากจะนอนโง่ไม่ไปทำงานแค่ไหน ก็ต้องดึงตัวเองขึ้นมาให้ได้ 2. เปลี่ยนโฟกัส จากเธอคือทุกอย่าง สู่งานคือชีวิต เลิกดูมือถือ เลิกเปิดเฟสบุ๊ค ยิ่ง IG ขอห่างซักพักไปเลย หรือถ้าทำงานที่ต้องใช้โทรศัพท์ ติดต่อลูกค้า Block ทุกอย่างซะ ทำยังไงก็ได้ ให้เขาหายไปจากชีวิต ช่วงแรกอาจจะฝืน ๆ แต่คุณต้องทำ … Continue reading อกหักมา จะให้ทำงานได้อย่างไร

สมัครงานไป แต่บริษัทแจ้งกลับว่าตำแหน่งถูกปิดไปแล้ว ข้ออ้างหรือเรื่องจริง

04 Jan 2019

|

Keenprofile

สมัครงานไป แต่บริษัทแจ้งกลับว่าตำแหน่งถูกปิดไปแล้ว ข้ออ้างหรือเรื่องจริง

เวลาที่บริษัทไม่ตอบรับกลับมาหาคุณเป็นเวลานาน สิ่งที่เกิดขึ้นคือ บริษัทได้คนที่ตรงกับตำแหน่งนั้นแล้ว และเป็นเรื่องปกติของบริษัทในเมืองไทยที่จะไม่มีการแจ้งกลับใด ๆ ให้คุณได้รู้ (น้อยมากที่จะแจ้งกลับ) ซึ่งมันเป็นส่วนหนึ่งที่สร้างความหงุดหงิดให้กับคนหางานอย่างที่สุด แต่บางบริษัทก็มีการตอบอีเมล์กลับมาตามตกลง บางบริษัทก็ส่งกลับมาภายใน 1 เดือน หรือ 2 อาทิตย์ หรือบางบริษัทก็มีการตอบกลับมาอย่างรวดเร็วภายใน 3 – 5 วัน ส่วนใหญ่แล้วอีเมล์ปฏิเสธมักจะมาในรูปแบบ คุณสมบัติของคุณ ยังไม่ตรงกับงานนั้น ๆ นั่นอาจเกิดจากหลังจากพูดคุยกับคุณแล้ว สิ่งที่คุณทำมากับสิ่งที่บริษัทต้องการ ไม่ตรงกัน หรือตรง แต่ได้ไม่ครบ หรือคุณยังดูไม่แปลกแหวกแนวพอ เพราะเดี๋ยวนี้หลาย ๆ บริษัทก็เน้นรับคนที่สามารถมาสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ ให้กับองค์กรได้ แต่การปฏิเสธอีกแบบที่มีบ้างประปราย ไม่ได้พบเห็นกันบ่อย ๆ ก็คือ ตำแหน่งที่เปิดรับถูกปิดไปแล้ว อ้าว แล้วถ้าเปิดมาแล้วปิด จะปิดทำไม โกหกกันรึเปล่า ไม่ให้เสียน้ำใจ เป็นไปได้ทั้ง 2 แบบ แต่ส่วนใหญ่แล้ว การที่เปิดตำแหน่งมาแล้วก็มาปิดในภายหลังนั้น ถ้าบริษัทใช้เพื่อเป็นข้ออ้าง นั่นหมายถึง ภายในบริษัทหาคนได้แล้ว อาจจะเป็นการโยกย้ายตำแหน่งภายในเอง หรืออาจจะเป็นการได้รับพนักงานที่เหมาะสมกับตำแหน่งนี้แล้ว … Continue reading สมัครงานไป แต่บริษัทแจ้งกลับว่าตำแหน่งถูกปิดไปแล้ว ข้ออ้างหรือเรื่องจริง

คิดเชิงลบให้น้อยลง แล้วคิดบวกให้เป็นอัตโนมัติ

04 Jan 2019

|

Keenprofile

คิดเชิงลบให้น้อยลง แล้วคิดบวกให้เป็นอัตโนมัติ

คุณเป็นคนที่ชอบคิดลบรึเปล่า หรือว่าคุณไม่ได้เป็นคนที่คิดลบธรรมดา แต่สามารถที่จะคิดลบแบบอัตโนมัติได้เลยกับทุกสถานการณ์ เรียกได้ว่าเป็น นักคิดลบแบบแอดวานซ์เลยหล่ะ ถ้าคุณกำลังประสบปัญหา การคิดลบ ทำให้ชีวิตของคนต้องแบกความรู้สึกแย่ ๆ ไว้กับตัวเองตลอด โมโห หงุดหงิดกับทุกสิ่งอย่าง ถึงเวลาแล้ว ที่คุณจะต้องปล่อยคลื่นพลังลบ ๆ พวกนี้ออกไปจากตัวคุณบ้าง ก่อนที่คุณจะสติแตก การคิดลบบ่อย ๆ ส่งผลต่อสุขภาพของคุณโดยตรง เพราะเมื่อคุณมีความคิดแง่ลบ สมองของคุณจะปล่อยสัญญารเคมีและไฟฟ้าซึ่งจะกระตุ้นระบบลิมบิกในสมองของคุณ ให้ส่งสารเคมีไปยังส่วนต่าง ๆ ในสมองของคุณ คุณจะรู้สึกหงุดหงิด วิตกกังวล และซึมเศร้ามากขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อไม่ให้ความลบเหล่านี้ ทำร้ายคุณได้อีก คุณควร ระงับความคิดเชิงลบเหล่านี้ให้ได้โดยเร็วที่สุด และวิธีที่ดีที่สุด และสามารถทำให้คุณคิดเชิงลบได้น้อยลงนั้น สามารถทำได้ดังนี้ 1. โต้แย้งความคิดเชิงลบพวกนั้น ด้วยความคิดเชิงบวก นี่คือหลักการเดียวกับการคิดเชิงลบ ถ้าคุณต่อต้านความคิดเชิงลบด้วยการคิดบวก เมื่อคุณคิดบวกบ่อยขึ้น สมองของคุณจะทำการปรับสภาพจากการคิดลบอัตโนมัติเป็นคิดบวกอัตโนมัติ 2. อย่าพยายามคิดฉลากคนอื่น หรือสิ่งต่าง ๆ ว่าไม่ดี ทุกคนมีสิทธิ์ปรับปรุงได้ ดีขึ้นได้ นั่นหมายรวมถึงตัวคุณเองก็สามารถเป็นคุณในเวอร์ชั่นที่ดียิ่งขึ้นไปได้อีกเช่นกัน เพราะฉะนั้น อย่าพยายามคิดว่า คุณจะต้องไม่มีทางดีได้ไปกว่านี้ หรือใคร … Continue reading คิดเชิงลบให้น้อยลง แล้วคิดบวกให้เป็นอัตโนมัติ

เทคนิคในการส่งมอบ Negative Feedback ให้มีประสิทธิภาพ

23 Dec 2018

|

Keenprofile

เทคนิคในการส่งมอบ Negative Feedback ให้มีประสิทธิภาพ

บางทีจะให้ Feedback Positive อย่างเดียวก็ไม่ได้ เพราะบางครั้งบางเรื่องก็จำเป็นที่เราจะต้องให้ Feedback บนความเป็นจริง เพื่อให้ผู้รับสารได้นำไปปรับปรุงจริง ๆ ดังนั้น การที่จะส่งมอบ Negative Feedback ให้มีประสิทธิภาพ และเป็นมืออาชีพ ขอให้คุณนึกถึง 3 ข้อนี้ 1. มุ่งประเด็นไปที่การกระทำ ไม่ใช่ลักษณะของเขา แทนที่คุณจะให้ Feedback ด้วยการจับผิด ชีวิตส่วนตัว หรือลักษณะของผู้รับ Feedback ที่ไม่เกี่ยวกับงานหรือปัญหานั้น ๆ คุณควรมุ่งเน้นไปที่การกระทำของเขาที่กระทบกับงานจริง ๆ 2. เฉพาะเจาะจงไปที่เหตุการณ์นั้น อย่าพยายามยกเรื่องราวตั้งแต่ปีไหน ๆ มาบอกว่าเขาคนนั้นควรปรับปรุงเพราะอะไร ถ้าเรื่องนั้นไม่เกี่ยวกับสิ่งที่เป็นปัญหาหรือได้รับผลกระทบจากพฤติกรรมของเขา คุณควรระบุให้ชัดเจนว่าสิ่งที่เกิดขึ้นคืออะไร มีผลกระทบอย่างไร และเขาส่งผลให้เกิดสิ่งเหล่านี้อย่างไร 3. พยายามหลีกเลี่ยงคำพูดที่เป็นเชิงลบ ก่อนจะให้ Feedback ใคร คุณควรทำการบ้านเช่นกัน คุณจะพูดอย่างไร ให้คนที่ได้รับ Feedback ไม่เกิดอาการต่อต้านคุณมากนัก เพราะสุดท้ายแล้วสิ่งที่ทุกคนต้องการจากการให้ Feedback คือการปรับปรุงเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้น มากกว่าการแตกหัก หรือผลลัพธ์ที่แย่ลง

มีไอเดีย แต่ไม่ลงมือทำ จะรู้ได้ไงว่าไอเดียนั้นดีหรือไม่ดี

23 Dec 2018

|

Keenprofile

มีไอเดีย แต่ไม่ลงมือทำ จะรู้ได้ไงว่าไอเดียนั้นดีหรือไม่ดี

คนส่วนใหญ่มักจะมีความคิดสร้างสรรค์เยอะแยะเต็มไปหมด แถมบางครั้งเราก็รู้สึกว่า เฮ้ย ความคิดเราดีกว่าคนนั้น คนนี้ตั้งเยอะ ถ้าเราเป็นคนนั้น เราจะไม่ทำแบบนั้น เราจะทำแบบนี้ แต่สิ่งที่เรามีไม่เหมือนกัน… พวกเขาที่เราบอกว่าเราทำได้ดีกว่า ลงมือทำ สร้างความคิดของพวกเขาให้เป็นจริง แต่พวกเรานั้น ไม่ได้ทำ ทำไมพวกเขาถึงกล้าที่จะลงมือทำ สิ่งที่คนมีไอเดียและลงมือทำ มีความพิเศษกว่าคนที่ไม่ลงมือทำก็ คือ พวกเขากล้าที่จะมองลงไปที่รายละเอียด และหาวิธีที่จะดำเนินการให้ไอเดียของพวกเขากลายเป็นจริง หากวันนี้คุณมีไอเดียและอยากจะสร้างให้ไอเดียนั้นเป็นจริง สิ่งที่คุณควรทำ คือ 1. สร้างเป้าหมายของคุณ สิ่งที่คุณกำลังจะทำนี้ มีเป้าหมายอย่างไร มีความสำคัญอย่างไร และอะไรคือคุณค่าที่จะเกิดขึ้น เป้าหมายนี้ ให้คิดทั้งเป้าหมายในแง่จิตใจ และเป้าหมายในมุมของการสร้างกำไรด้วยเช่นกัน ทำไมถึงต้องคิดในทั้ง 2 มุม การคิดในแง่จิตใจ จะทำให้คุณเห็นคุณค่าของไอเดียของคุณในการช่วยเหลือผู้อื่น ในมุมของการสร้างกำไร จะทำให้คุณเห็นถึงศักยภาพของตัวคุณเองในการสร้างดำเนินการเพื่อสร้างกำไร และทำให้ธุรกิจนั้น ๆ ยังสามารถดำเนินไปต่อได้ 2. นึกถึงปัจจัยที่จะทำให้เป้าหมายของคุณประสบความสำเร็จ พร้อมทั้งดำเนินการเชื่อมโยงทุกปัจจัยเข้าหากัน อยากจะประสบความสำเร็จ ไม่ได้มีปัจจัยแค่ตัวเงิน ตัวคุณก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยเช่นกันที่จะทำให้เป้าหมายนั้นประสบความสำเร็จ หากคุณขี้เกียจไม่สามารถทำตามไทม์ไลน์ได้ ไอเดียนั้นก็อาจจะมีคนที่คิดได้ดีกว่า หากคุณลองลิสต์ปัจจัยทั้งหมดที่จะทำให้คุณไปถึงเป้าหมาย พร้อมทั้งสร้างความเชื่อมโยงของปัจจัยเหล่านั้น จะทำให้คุณเห็นภาพรวมและเส้นทางที่คุณจะไปถึงเป้าหมายนั้นได้ชัดเจนมากขึ้น

keenprofile